Site icon เซฟตี้พีพีอี กฎหมายความปลอดภัย

เจาะลึกกฎหมาย “ตรวจไฟฟ้าโรงงาน” ปี 2025: สรุปวิธีเตรียมตัวให้ผ่านฉลุย แบบภาษานักปฏิบัติ

เจาะลึกกฎหมาย “ตรวจไฟฟ้าโรงงาน” ปี 2025: สรุปวิธีเตรียมตัวให้ผ่านฉลุย แบบภาษานักปฏิบัติ

ถ้าพูดถึงการ “ตรวจไฟฟ้าโรงงาน” หลายคนอาจจะนึกถึงแค่การจ้างวิศวกรมาเดินดูตู้ไฟแล้วเซ็นชื่อทิ้งไว้ แต่ความจริงแล้วมันมีรายละเอียดที่ลึกกว่านั้นครับ โดยเฉพาะภายใต้ข้อกำหนดของ กรมโรงงานอุตสาหกรรม (DIW) ที่เน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยเพื่อป้องกันเหตุเพลิงไหม้และการสูญเสีย วันนี้ผมจะมาสรุปแบบเน้น ๆ เนื้อ ๆ เหมือนมานั่งติวให้เพื่อนฟังว่า กฎหมายตัวนี้บังคับอะไรเราบ้าง ต้องเช็กจุดไหน และที่สำคัญ “ทำยังไงให้ผ่าน” แบบไม่ต้องมานั่งแก้หน้างานให้เสียเวลาครับ

1. กฎหมายตัวไหนที่บังคับเราอยู่? (อัปเดตหลักเกณฑ์ DIW)

พื้นฐานที่โรงงานทุกแห่งต้องรู้คือ “กฎกระทรวง กำหนดมาตรการความปลอดภัยเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าในโรงงาน พ.ศ. 2550” กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้มองแค่สายไฟหนึ่งเส้น แต่มองภาพรวมทั้ง ระบบไฟฟ้าโรงงาน ตั้งแต่หม้อแปลงยันเต้ารับครับ

หัวใจสำคัญที่โรงงานต้องมีคือ:

2. Check-list 5 จุดตาย ที่วิศวกรต้องมุดดู

เวลาตรวจไฟฟ้า ไม่ใช่แค่เดินถือคลิปบอร์ดสวย ๆ นะครับ แต่ต้องเจาะลึก 5 ส่วนหลัก ดังนี้:

1. หม้อแปลงไฟฟ้า (Transformer): เช็กตั้งแต่สภาพตัวถัง การติดตั้งอุปกรณ์ป้องกัน แรงดันน้ำมัน (สำหรับหม้อแปลงน้ำมัน) และที่สำคัญที่สุดคือ Lightning Arrester (สายล่อฟ้า) รวมถึงจุดต่อลงดินต้องแน่นหนา ไม่ผุกร่อน

2. ตู้เมนสวิตช์ (Main Distribution Board – MDB): ตู้ไฟคือหัวใจของโรงงาน สิ่งที่ต้องตรวจคือความสะอาดภายในตู้ (ฝุ่นคือตัวการทำไฟอาร์ก), จุดเชื่อมต่อบัสบาร์ต้องไม่มีรอยไหม้, มี Single Line Diagram แปะหน้าตู้ไหม? และต้องมีการวัดอุณหภูมิด้วยกล้องอินฟราเรด (Thermal Scan) เพื่อหาจุดที่ร้อนเกินปกติ

3. ระบบสายดิน (Earthing System): ค่าความต้านทานหลักดินต้องได้มาตรฐาน (ปกติไม่เกิน 5 โอห์ม) จุดนี้สำคัญมาก เพราะถ้าไฟรั่วแล้วสายดินทำงานไม่ได้ อันตรายถึงชีวิตครับ

4. ระบบสายส่งและรางเดินสาย (Conduit & Wireway): สายไฟต้องไม่เสื่อมสภาพ ฉนวนไม่กรอบแตก การเดินรางต้องเรียบร้อย มิดชิด ป้องกันหนูเข้าไปกัดสายไฟ และถ้าอยู่ในพื้นที่เปียกชื้น ต้องมีมาตรการป้องกันน้ำเข้าอย่างเข้มงวด

5. อุปกรณ์เฉพาะทาง: พวกเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง (Generator) หรือคาปาซิเตอร์แบงค์ (Capacitor Bank) ก็ต้องถูกตรวจสอบสถานะการทำงานว่าพร้อมใช้ในยามฉุกเฉินหรือไม่

3. ใครคือคนที่มีอำนาจ “เซ็น” ให้เราผ่าน?

ไม่ใช่ใครก็ได้ครับ คนที่เซ็นรับรองแบบรายงานต้องเป็น วิศวกรไฟฟ้ากำลัง (ที่มีใบอนุญาตระดับภาคีวิศวกรขึ้นไป) ซึ่งจะต้องแนบสำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ (ใบ กว.) ที่ยังไม่หมดอายุมาพร้อมกับเล่มรายงานด้วย

คำแนะนำ: ก่อนจ้าง ควรเช็กให้ดีว่าวิศวกรท่านนั้นมีความชำนาญเรื่องโรงงานอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ เพราะหน้างานโรงงานจะมีความซับซ้อนกว่าตึกแถวหรืออาคารทั่วไปเยอะมากครับ

4. เตรียมตัวยังไงให้ “ตรวจทีเดียวผ่าน” ไม่ต้องมาแก้งานภายหลัง

จากประสบการณ์ที่เจอมา โรงงานส่วนใหญ่มักจะตกม้าตายเรื่อง “เอกสารไม่ครบ” และ “หน้างานไม่ตรงปก” นี่คือเคล็ดลับครับ:

  1. ทำ 5ส. ในตู้ไฟ: กำจัดฝุ่น ใยแมงมุม และขยะออกให้หมด

  2. อัปเดตแบบแปลน: ถ้ามีการต่อเติม ต้องเขียน Single Line Diagram เพิ่มเข้าไป อย่ารอให้วิศวกรมาถึงแล้วเพิ่งบอกว่า “อ๋อ ตรงนี้เพิ่งต่อเพิ่มครับ”

  3. ติดป้ายชื่ออุปกรณ์: ตู้ไหนคุมเครื่องจักรตัวไหน ต้องมีชื่อบอกชัดเจน

  4. ทำ Thermal Scan ล่วงหน้า: ถ้าเป็นไปได้ ให้ทีมซ่อมบำรุงตรวจความร้อนเป็นระยะ ถ้าเจอจุดร้อน (Hot Spot) ให้ขันน็อตให้แน่นก่อนวันตรวจจริง

5. สรุปรายการเอกสารที่ต้องเก็บเข้าแฟ้ม

หลังจากตรวจเสร็จ วิศวกรจะส่งมอบ “รายงานการตรวจสอบและรับรองความปลอดภัยระบบไฟฟ้า” ให้กับโรงงาน สิ่งที่คุณต้องทำคือ:

การตรวจไฟฟ้าไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย แต่มันคือการ “ซื้อความสบายใจ” ว่าพรุ่งนี้โรงงานเราจะไม่เกิดเหตุไม่คาดฝัน เพราะความเสียหายจากไฟไหม้ครั้งเดียว มันแพงกว่าค่าตรวจรายปีหลายเท่าตัวเลยล่ะครับ!

FAQ: 3 คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับการตรวจไฟฟ้าโรงงาน

Q1: ถ้าไม่ตรวจไฟฟ้าทุกปีตามกฎหมาย จะมีความผิดยังไงบ้าง? ตอบ: หากเจ้าหน้าที่กรมโรงงาน (DIW) เข้ามาสุ่มตรวจแล้วไม่พบรายงานการตรวจสอบประจำปี หรือรายงานหมดอายุ โรงงานอาจได้รับคำสั่งให้ปรับปรุงแก้ไขตามมาตรา 37 แห่ง พ.ร.บ. โรงงาน และหากยังเพิกเฉย อาจมีโทษปรับสูงถึง 200,000 บาท หรือร้ายแรงที่สุดคือถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง. 4) ครับ

Q2: โรงงานขนาดเล็กที่มีแค่ตู้ไฟเล็ก ๆ ไม่กี่ตู้ ต้องตรวจเหมือนโรงงานใหญ่ไหม? ตอบ: กฎกระทรวงกำหนดให้โรงงานที่ใช้ไฟฟ้า (ไม่ว่าขนาดใด) ต้องดูแลระบบไฟฟ้าให้ปลอดภัยครับ แต่ความเข้มข้นของเอกสารและรายการตรวจจะขึ้นอยู่กับประเภทกิจการและแรงดันไฟฟ้าที่ใช้ อย่างไรก็ตาม การมีรายงานรับรองความปลอดภัยจากวิศวกรไฟฟ้าถือเป็นมาตรฐานขั้นต่ำที่ทุกโรงงานควรทำเพื่อใช้ยืนยันความปลอดภัยครับ

Q3: ผลการตรวจ Thermal Scan จำเป็นต้องใส่ในรายงานด้วยไหม? ตอบ: แม้กฎหมายจะไม่ได้ระบุคำว่า “Thermal Scan” ตรง ๆ แต่ระบุว่าต้องตรวจสภาพและจุดเชื่อมต่อต่างๆ ซึ่งปัจจุบันการใช้กล้องอินฟราเรดตรวจความร้อนเป็น “วิธีมาตรฐาน” ที่วิศวกรและกรมโรงงานยอมรับมากที่สุด เพราะสามารถพิสูจน์ได้ชัดเจนว่าจุดต่อสายมีความร้อนผิดปกติหรือไม่ ดังนั้นควรมีแนบไว้ในรายงานเพื่อให้เอกสารมีความน่าเชื่อถือและครบถ้วนครับ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง หลักเกณฑ์ และวิธีการตรวจสอบและรับรองความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าในโรงงานและเอกสารการตรวจสอบและรับรองความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าในโรงงาน พ.ศ. 2567

Exit mobile version