ถ้าพูดถึงการ “ตรวจไฟฟ้าโรงงาน” หลายคนอาจจะนึกถึงแค่การจ้างวิศวกรมาเดินดูตู้ไฟแล้วเซ็นชื่อทิ้งไว้ แต่ความจริงแล้วมันมีรายละเอียดที่ลึกกว่านั้นครับ โดยเฉพาะภายใต้ข้อกำหนดของ กรมโรงงานอุตสาหกรรม (DIW) ที่เน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยเพื่อป้องกันเหตุเพลิงไหม้และการสูญเสีย วันนี้ผมจะมาสรุปแบบเน้น ๆ เนื้อ ๆ เหมือนมานั่งติวให้เพื่อนฟังว่า กฎหมายตัวนี้บังคับอะไรเราบ้าง ต้องเช็กจุดไหน และที่สำคัญ “ทำยังไงให้ผ่าน” แบบไม่ต้องมานั่งแก้หน้างานให้เสียเวลาครับ
1. กฎหมายตัวไหนที่บังคับเราอยู่? (อัปเดตหลักเกณฑ์ DIW)
พื้นฐานที่โรงงานทุกแห่งต้องรู้คือ “กฎกระทรวง กำหนดมาตรการความปลอดภัยเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าในโรงงาน พ.ศ. 2550” กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้มองแค่สายไฟหนึ่งเส้น แต่มองภาพรวมทั้ง ระบบไฟฟ้าโรงงาน ตั้งแต่หม้อแปลงยันเต้ารับครับ
หัวใจสำคัญที่โรงงานต้องมีคือ:
-
แบบแปลน As-built Drawing: คุณต้องมีแบบไฟฟ้าที่ “เป็นปัจจุบัน” เสมอ ถ้ามีการเพิ่มเครื่องจักรใหม่ หรือเปลี่ยนตำแหน่งตู้ไฟ ต้องแก้แบบทันที ห้ามปล่อยให้แบบเก่าเป็นปี 2540 แต่หน้างานจริงปี 2025 นะครับ เพราะเจ้าหน้าที่จะเช็กตรงนี้เป็นอันดับแรก
-
การตรวจสอบประจำปี: กฎหมายบังคับว่าต้องมีการตรวจสอบและรับรองความปลอดภัย “ทุกปี” โดยวิศวกรไฟฟ้าที่ได้รับใบอนุญาต (ใบ กว.)
2. Check-list 5 จุดตาย ที่วิศวกรต้องมุดดู
เวลาตรวจไฟฟ้า ไม่ใช่แค่เดินถือคลิปบอร์ดสวย ๆ นะครับ แต่ต้องเจาะลึก 5 ส่วนหลัก ดังนี้:
1. หม้อแปลงไฟฟ้า (Transformer): เช็กตั้งแต่สภาพตัวถัง การติดตั้งอุปกรณ์ป้องกัน แรงดันน้ำมัน (สำหรับหม้อแปลงน้ำมัน) และที่สำคัญที่สุดคือ Lightning Arrester (สายล่อฟ้า) รวมถึงจุดต่อลงดินต้องแน่นหนา ไม่ผุกร่อน
2. ตู้เมนสวิตช์ (Main Distribution Board – MDB): ตู้ไฟคือหัวใจของโรงงาน สิ่งที่ต้องตรวจคือความสะอาดภายในตู้ (ฝุ่นคือตัวการทำไฟอาร์ก), จุดเชื่อมต่อบัสบาร์ต้องไม่มีรอยไหม้, มี Single Line Diagram แปะหน้าตู้ไหม? และต้องมีการวัดอุณหภูมิด้วยกล้องอินฟราเรด (Thermal Scan) เพื่อหาจุดที่ร้อนเกินปกติ
3. ระบบสายดิน (Earthing System): ค่าความต้านทานหลักดินต้องได้มาตรฐาน (ปกติไม่เกิน 5 โอห์ม) จุดนี้สำคัญมาก เพราะถ้าไฟรั่วแล้วสายดินทำงานไม่ได้ อันตรายถึงชีวิตครับ
4. ระบบสายส่งและรางเดินสาย (Conduit & Wireway): สายไฟต้องไม่เสื่อมสภาพ ฉนวนไม่กรอบแตก การเดินรางต้องเรียบร้อย มิดชิด ป้องกันหนูเข้าไปกัดสายไฟ และถ้าอยู่ในพื้นที่เปียกชื้น ต้องมีมาตรการป้องกันน้ำเข้าอย่างเข้มงวด
5. อุปกรณ์เฉพาะทาง: พวกเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง (Generator) หรือคาปาซิเตอร์แบงค์ (Capacitor Bank) ก็ต้องถูกตรวจสอบสถานะการทำงานว่าพร้อมใช้ในยามฉุกเฉินหรือไม่
3. ใครคือคนที่มีอำนาจ “เซ็น” ให้เราผ่าน?
ไม่ใช่ใครก็ได้ครับ คนที่เซ็นรับรองแบบรายงานต้องเป็น วิศวกรไฟฟ้ากำลัง (ที่มีใบอนุญาตระดับภาคีวิศวกรขึ้นไป) ซึ่งจะต้องแนบสำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ (ใบ กว.) ที่ยังไม่หมดอายุมาพร้อมกับเล่มรายงานด้วย
คำแนะนำ: ก่อนจ้าง ควรเช็กให้ดีว่าวิศวกรท่านนั้นมีความชำนาญเรื่องโรงงานอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ เพราะหน้างานโรงงานจะมีความซับซ้อนกว่าตึกแถวหรืออาคารทั่วไปเยอะมากครับ
4. เตรียมตัวยังไงให้ “ตรวจทีเดียวผ่าน” ไม่ต้องมาแก้งานภายหลัง
จากประสบการณ์ที่เจอมา โรงงานส่วนใหญ่มักจะตกม้าตายเรื่อง “เอกสารไม่ครบ” และ “หน้างานไม่ตรงปก” นี่คือเคล็ดลับครับ:
-
ทำ 5ส. ในตู้ไฟ: กำจัดฝุ่น ใยแมงมุม และขยะออกให้หมด
-
อัปเดตแบบแปลน: ถ้ามีการต่อเติม ต้องเขียน Single Line Diagram เพิ่มเข้าไป อย่ารอให้วิศวกรมาถึงแล้วเพิ่งบอกว่า “อ๋อ ตรงนี้เพิ่งต่อเพิ่มครับ”
-
ติดป้ายชื่ออุปกรณ์: ตู้ไหนคุมเครื่องจักรตัวไหน ต้องมีชื่อบอกชัดเจน
-
ทำ Thermal Scan ล่วงหน้า: ถ้าเป็นไปได้ ให้ทีมซ่อมบำรุงตรวจความร้อนเป็นระยะ ถ้าเจอจุดร้อน (Hot Spot) ให้ขันน็อตให้แน่นก่อนวันตรวจจริง
5. สรุปรายการเอกสารที่ต้องเก็บเข้าแฟ้ม
หลังจากตรวจเสร็จ วิศวกรจะส่งมอบ “รายงานการตรวจสอบและรับรองความปลอดภัยระบบไฟฟ้า” ให้กับโรงงาน สิ่งที่คุณต้องทำคือ:
-
เก็บรายงานฉบับจริงไว้ที่โรงงาน (เอาไว้โชว์เวลาเจ้าหน้าที่ DIW มาตรวจเยี่ยม)
-
แนบใบ กว. ของวิศวกรไว้คู่กัน
-
แผนผังระบบไฟฟ้า (As-built) ที่รับรองโดยวิศวกร
การตรวจไฟฟ้าไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมาย แต่มันคือการ “ซื้อความสบายใจ” ว่าพรุ่งนี้โรงงานเราจะไม่เกิดเหตุไม่คาดฝัน เพราะความเสียหายจากไฟไหม้ครั้งเดียว มันแพงกว่าค่าตรวจรายปีหลายเท่าตัวเลยล่ะครับ!
FAQ: 3 คำถามยอดฮิตเกี่ยวกับการตรวจไฟฟ้าโรงงาน
Q1: ถ้าไม่ตรวจไฟฟ้าทุกปีตามกฎหมาย จะมีความผิดยังไงบ้าง? ตอบ: หากเจ้าหน้าที่กรมโรงงาน (DIW) เข้ามาสุ่มตรวจแล้วไม่พบรายงานการตรวจสอบประจำปี หรือรายงานหมดอายุ โรงงานอาจได้รับคำสั่งให้ปรับปรุงแก้ไขตามมาตรา 37 แห่ง พ.ร.บ. โรงงาน และหากยังเพิกเฉย อาจมีโทษปรับสูงถึง 200,000 บาท หรือร้ายแรงที่สุดคือถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ร.ง. 4) ครับ
Q2: โรงงานขนาดเล็กที่มีแค่ตู้ไฟเล็ก ๆ ไม่กี่ตู้ ต้องตรวจเหมือนโรงงานใหญ่ไหม? ตอบ: กฎกระทรวงกำหนดให้โรงงานที่ใช้ไฟฟ้า (ไม่ว่าขนาดใด) ต้องดูแลระบบไฟฟ้าให้ปลอดภัยครับ แต่ความเข้มข้นของเอกสารและรายการตรวจจะขึ้นอยู่กับประเภทกิจการและแรงดันไฟฟ้าที่ใช้ อย่างไรก็ตาม การมีรายงานรับรองความปลอดภัยจากวิศวกรไฟฟ้าถือเป็นมาตรฐานขั้นต่ำที่ทุกโรงงานควรทำเพื่อใช้ยืนยันความปลอดภัยครับ
Q3: ผลการตรวจ Thermal Scan จำเป็นต้องใส่ในรายงานด้วยไหม? ตอบ: แม้กฎหมายจะไม่ได้ระบุคำว่า “Thermal Scan” ตรง ๆ แต่ระบุว่าต้องตรวจสภาพและจุดเชื่อมต่อต่างๆ ซึ่งปัจจุบันการใช้กล้องอินฟราเรดตรวจความร้อนเป็น “วิธีมาตรฐาน” ที่วิศวกรและกรมโรงงานยอมรับมากที่สุด เพราะสามารถพิสูจน์ได้ชัดเจนว่าจุดต่อสายมีความร้อนผิดปกติหรือไม่ ดังนั้นควรมีแนบไว้ในรายงานเพื่อให้เอกสารมีความน่าเชื่อถือและครบถ้วนครับ
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง หลักเกณฑ์ และวิธีการตรวจสอบและรับรองความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าในโรงงานและเอกสารการตรวจสอบและรับรองความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าในโรงงาน พ.ศ. 2567
